มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เข้าร่วมก่อตั้ง “ภาคีแพทย์แผนไทย-จีน อว.” สู้โควิด-19

Category: IM-ข่าวประชาสัมพันธ์

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ประชุมหารือกลุ่มแพทย์แผนไทย-จีน จาก ม.แม่ฟ้าหลวง ม.ธรรมศาสตร์ ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มรภ.สวนสุนันทา กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเข้าร่วม หลังประชุม ดร.เอนก กล่าวว่า ในการแพร่บาดของโควิด-19 ที่ยังหนักหน่วง จำเป็นที่จะต้องระดมการแพทย์ทุกศาสตร์เข้ามาช่วยทั้งการป้องกันและรักษา จึงได้สั่งการให้มีการจัดตั้ง “ภาคีความร่วมมือด้านการแพทย์แผนไทย-จีน อว.” ซึ่งจะมีคณะแพทย์แผนไทย-จีนในสถาบันอุดมศึกษา อว. รวมถึงกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกของกระทรวงสาธารณสุขมาเข้าร่วมกัน ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนคาดว่าจะดำเนินการจัดตั้งได้ภายใน 10 วัน โดยเรื่องแรกที่ภาคีชุดนี้จะเร่งดำเนินการคือการวางแผนผลิตยาสมุนไพรไทย-จีน ที่มีทั้งประเภทป้องกัน รักษา และฟื้นฟู เพื่อบรรจุลงในกล่อง อว.พารอด ซึ่งจะส่งไปถึงผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวหรือผู้ป่วยที่กักตัวอยู่ที่บ้านหรือในชุมชน

รมว.อว. กล่าวต่อว่า การแพทย์แผนจีนได้บันทึกไว้ว่าในประวัติศาสตร์อันยาวนานจีนเคยเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่มาแล้ว 345 ครั้ง การระบาดที่อู่ฮั่นก็ได้ใช้การแพทย์แผนจีนมาร่วมรักษาด้วย ส่วนของไทยขณะนี้มีสมุนไพรหลายชนิดที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยรักษาได้ เช่น ฟ้าทลายโจร ที่ล่าสุดถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรแล้ว ทั้งนี้ การจัดตั้ง ภาคีความร่วมมือด้านการแพทย์แผนไทย-จีน อว.” ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการร่วมสู้สงครามโควิดแล้ว ยังเป็นการพลิกวิกฤติให้กลายเป็นโอกาสในการยกระดับการแพทย์แผนไทย-จีน กล่อง อว.พารอดเป็นกล่องที่จะนำยาสมุนไพรเหล่านี้ไปส่งถึงมือผู้ป่วย จะทำให้คนไทยได้พิสูจน์ทราบถึงประสิทธิภาพในการรักษาของแพทย์ตะวันออกที่ไม้แพ้แพทย์ตะวันตก ตนขอให้สัญญาว่าจะสนับสนุนในทุกๆ ด้านเพื่อยกระดับแพทย์แผนไทย-จีนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ในที่ประชุม นายฤทธิชัย พิมปา อาจารย์ประจำสาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ สำนักวิชาการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้รายงานถึงแนวทางการใช้สมุนไพรและตำรับยาในการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูร่างกายในช่วงโควิดว่า การป้องกันโรคโควิด -19 ควรปรับสมดุลธาตุไฟให้บริบูรณ์ โดยการเลือกรับประทานพืชผักสมุนไพร หรือยาสมุนไพร ที่มีรสร้อน รสเปรี้ยว เช่น กระเทียม กระชาย พริกไทย โหระพา เป็นต้น ส่วนยาตำรับ ที่สามารถปรับสมดุลธาตุ เช่น ยาตรีผลา ยาตรีพิกัด เป็นต้น ส่วนการรักษาโรค เมื่อมีไวรัสหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย นอกจากรับการรักษาที่ถูกต้องตามคำแนะนำของทรวงสาธารณสุขแล้ว ให้เลือกรับประทานพืชผักสมุนไพรที่มีรส ขม เย็น จืด เพื่อปรับอิทธิพลของธาตุไฟ เช่น มะระ มะระขี้นก ตำลึง ใบบัวบก เป็นต้น ส่วนตำรับยา ได้แก่ ยาฟ้าทะลายโจร ยาเบญจโลกวิเชียร (ยาห้าราก) ยาจันทน์ลีลา ยาประสะจันทน์แดง เป็นต้น ขณะที่การฟื้นฟูสุขภาพให้เลือกรับประทานพืชผักสมุนไพรที่ปรับธาตุลมได้ เช่น ขิง ข่า เกสรดอกไม้ เป็นต้น ส่วนตำรับยาที่สามารถใช้ได้ในระยะนี้ได้แก่ ยาหอมนวโกฐ ยาหอมเทพจิตร ยาหอมแก้ลมวิงเวียน ยาขิง ตรีเกสรมาศ ยามันทธาตุ และยาธาตุบรรจบ เป็นต้น

ที่มา : 
https://www.mhesi.go.th/index.php/pr-executive-news/4203-19-6.html
https://mfu.ac.th/news/news-detail/detail/News/10781.html

| writer Chakree Wattanasiri |